ตอนเด็กๆต้องดูละครตามแม่ เพราะว่าแม่เป็นคนเลือกช่อง แถมยังให้เราลุกไปเปลี่ยนช่องในยุคที่ทีวียังไม่มีรีโมท ทำให้เราต้องดูละครกับแม่มาตลอด ละครที่ดูกับแม่ตอนเด็กๆที่จำได้เรื่องแรกๆคือเรื่องปริศนา ตอนนั้นเด็กมากจนไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง

ต่อมาเป็นเรื่องบัวแล้งน้ำ ก็จำไม่ได้อีก เพราะเด็กเกินไป มาจำได้เรื่องหลังๆ เช่น ตุ๊กตาเริงระบำ เป็นเรื่องของลูกสาวที่พ่อตายไปต้องมาอยู่กับแม่เลี้ยง โดนกลั่นแกล้งสารพัด ส่วนพ่อก็เล่นพิเรนเอาพินัยกรรมไปกซ่อนในตุ๊กตาที่ลูกถือไปไหนมาไหนกว่าสิบปี ปล่ยอให้แม่เลี้ยงครองบ้านอยู่ได้ คิดไปคิดมา ไม่รู้ว่าตกลงพ่อหรือลูกที่โง่กันแน่ ถึงเอาพินัยกรรมไปซ่อนไว้แบบนั้น เกิดลูกไม่รู้แล้วเอาตุ๊กตาไปโยนทิ้งน้ำทำยังไง

ละครเรื่องเด่นของยุคที่เราเกิดมาคือนางทาส เล่นกันสมบทบาท อย่างกะเป็นทาสกันจริงๆ มีมนฤดี เล่นเป็นนางทาสชื่อ อีเย็น เวลาดูแล้วจะต้องอินมากๆ เพราะทาสมักจะโดนเฆี่ยนตีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำอะไรผิดถูกโดนตีไปก่อนแล้ว พอตีเสร็จก็ต้องเป็นฉากแม่ทายาให้

เรื่องต่อมาที่จำได้เลือนลางมากคือเรื่องละอองดาว มีสิเรียมเล่น รู้แค่ว่า บ้านรวยมาก มีเบนซ์ขับหลายคันมา เราไม่ได้ดูอะไรนอกจากรถสวยๆในเรื่อง ทำนองเดียวกับน้ำเซาะทราย แต่เรื่องต่อมาของสิเรียมที่เราชอบมากคือเรื่องพรพรหมอลเวง เข้าฉายเมื่อปี 2535 มีโดโด้ ยุทธพิชัยเป็นพระเอก แล้วก็มีเด็กหญิงอะไรสักอย่างเล่นเป็นเด็ก เรื่องนี้เกี่ยวกับสิเรียมตกบันไดแล้ววิญญาณหลุดออกจากร่างไปอยู่ในร่างเด็ก เพราะเด็กเป็นโรคร้ายกำลังจะตาย ทำให้ตื่นมาพบว่าตัวเองอยู่ในร่างเด็ก สนุกตอนที่เวลาเด็กไปเรียนที่โรงเรียนมักจะทำอะไรให้เพื่อนๆและคุณครูประหลาดใจเสมอ

พ่อปลาไหลแม่ปลาช่อน เป็นอีกเรื่องที่พอจำได้ เรื่องของลูกสะใภ้กับแม่สามีที่สนุกสนานไม่แพ้กัน เป็นเรื่องนึงที่ทำให้สังเกตว่าละครไทยไม่ว่าตัวละครจะรวยแค่ไหน คนใช้ในบ้านต้องนุ่งผ้าถุง เรียนเจ้านายว่าคุณนาย เรียกลูกเจ้านายว่าคุณหนู และต้องซักผ้าด้วยมือ

ธรรมเนียมนิยมของตัวละครในเรื่องที่ต้องมีคนใช้คือต้องนำลักษณะของตัวละครแบบชาวอิสานมาเป็นคนใช้ คนใช้จะต้องมีทั้งดีและไม่ดี จะต้องคุกเข่าเข้าหาเจ้านายเสมอ และต้องมีคนใช้ยั่วยวนเจ้าของบ้านเป็นฉากสำคัญ

เรื่องต่อมาที่จำได้มากๆก็คือ เรื่องสุสานคนเป็นเวอร์ชั่นอภิฤดีแสดง พระเอกคือภาณุเดช เรื่องเกี่ยวกับผีๆสางๆ เป็นประโยคฮิตว่า สุดท้ายต้องไปสุสาน… พอละครไทยเริ่มก้าวสู่ยุคของการแข่งขัน ทางเอคแซคเริ่มตีตลาดใหม่ของรูปแบบละคร เช่นทอฝันกับมาวิน ยามเมื่อลมพัดหวน เมืองมายา ฯลฯ

นอกจากละครช่วงไพร์มไทม์แล้วยังมีละครวันเสาร์อาทิตช่วงบ่ายให้ดูอีกยามหยุดเหงาอยุ่กับบ้าน ทั้งช่อง 3 5 7 9 มีละครตอนบ่ายให้ดูอยู่เรื่อยไป ถ้าไม่สะใจช่วงว่างงานลองเปิดทีวีตอนไปบ่ายท่าจจะพบกับละครย้อนยุคเอามารีรันให้ชมไม่รู้เบื่อ แถมจบเร็วกว่าตอนฉายจริงเพราะพี่แกเล่นฉายวันละ 2 ชั่วโมงเต็มๆ โฆษณาก็น้อย สองอาทิตย์ก็จบแล้ว

การที่คนไทยชมละครหลังข่าวเป็นประจำอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี ทำให้วิธีการนำเสนอและรูปแบบของการจัดตารางการออกอากาศมักมุ่งช่วงเวลาไพร์มไทม์ไปที่เวลาของละครหลังข่าว ทำให้ช่วงเวลาหัวค่ำนั้นเป็นสมรภูมิของละคร ไม่สามารถสร้างช่วงเวลาแห่งความรู้ได้มากเท่าไหร่นัก สารคดี และเรื่องราวดีๆ มักไปอยู่ช่วง สี่โมงเย็นถึงหกโมงเย็นเท่านั้น

เด็กยุคใหม่ยากที่จะได้ลิ้มรสชาติของละครไทยแบบคลาสสิก เพราะเกิดมาก็เจอแต่ละครไทยแบบ ทำอะไรไม่ได้ก็กรี๊ดๆๆๆ นางเอกเข้าใจผิด พระเอกโกหกว่ารวย จับได้ตอนจบงอนกันสองเบรคแล้วก็กลับไปได้กันต่อ หรือจะเป็นนางร้าย ที่ต้องแต่งหน้าจัดๆ ยั่วๆ วี๊ดว๊ายไม่มีเหตุผล